แบตเตอรี่ : แบตเสื่อมแล้วไปไหน? เมื่อโลกเปลี่ยนสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า

แบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานจำนวนมหาศาลจะถูกกำจัดอย่างไรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในอนาคตที่ทั่วโลกจะเปลี่ยนเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า

ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้ากำลังใกล้จะมาถึงอีกไม่นานนี้

ทั่วโลกต่างเริ่มตั้งเป้าหมายในการเปลี่ยนการเดินทางต่างๆ เข้าสู่วิถีใหม่ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตั้งแต่ รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ รถสาธารณะ ไปจนถึงเรือ และเครื่องบิน

แม้จะเป็นเรื่องดีถ้าทั่วโลกสามารถเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ทั้งหมด แต่ปัญหาที่หลายคนกังวลตามมาคือแบตเตอรี่จำนวนมหาศาลที่อาจกลายเป็นมลพิษรูปแบบใหม่ในอนาคต แทนที่มลพิษทางอากาศที่ลดลงไป 

ข้อมูลจาก Bloomberg NEF คาดการณ์ว่า ภายในปี 2025 อาจมีแบตเตอรี่ยานพาหนะไฟฟ้าที่สิ้นอายุการใช้งานถึง 3.4 ล้านชิ้น เทียบกับปี 2019 ที่ 55,000 ชิ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายสนับสนุนการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าทั่วโลก

แต่ข่าวดีคือ แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพเหล่านั้นไม่ได้จะกลายเป็นกองขยะอันตรายไปซะทั้งหมด

แบตเตอรี่ซื้อมาแพงจะให้ใช้แล้วทิ้งเลยจะคุ้มได้ยังไง?

แบตเตอรี่เป็นชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีอายุการใช้งานคาดการณ์อยู่ที่ 8-10 ปี สำหรับประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ในปัจจุบัน การที่จะทิ้งแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพไปเลยคงจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่า

การที่แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ไม่ได้หมายความว่าแบตเตอรี่นั้นใช้ไม่ได้แล้ว แต่หมายถึงประสิทธิภาพสูงสุดของการสะสมพลังงานลดลง ซึ่งทำให้รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้ในระยะทางที่น้อยลงในการชาร์จเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่อาจเพียงพอสำหรับใช้ในอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้พลังงานน้อยกว่า

นั่นทำให้แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า อาจนำมาต่อชีวิตใหม่ได้ด้วยการนำไปใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ แทน ซึ่งจะทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นมีต้นทุนค่าแบตเตอรี่ที่ถูกลงกว่าการซื้อแบตเตอรี่ใหม่ได้อีกด้วย เช่น การนำไปใช้เก็บพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ หรือนำมาใช้เก็บพลังงานไฟฟ้าเพื่อช่วยเพิ่มสเถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้าได้

แล้วถ้าใช้ซ้ำไม่ได้แล้วก็ต้องทิ้งอยู่ดีหรือเปล่า?

สำหรับแบตเตอรี่ที่นำมาใช้ซ้ำไม่ได้ ในหลายประเทศได้มีการตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ เพื่อแยกเอาวัตถุดิบที่ยังพอมีประโยชน์นำกลับไปใช้งานใหม่ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการขุดแร่มาใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ได้มากขึ้น

นอกจากนี้เทคโนโลยีปัจจุบันยังพัฒนาให้แบตเตอรี่สามารถสะสมพลังงานได้ยาวนานมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเทคโนโลยีการรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จะช่วยให้เราไปถึงวิถีใหม่แห่งการเดินทางที่ไร้มลพิษ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้นอีกในอนาคต

ติดตามเรื่องราวน่าสนใจและเตรียมพร้อมสู่วิถีใหม่ของการเดินทางไปกับ MobilityOne
ติดตามเราที่ Facebook : Mobility One แล้วอย่าลืมกด See First
หรือที่ IG : mobilityone_th


ที่มา : the driven, Cleantechnica, Business Standard, ERDI CMU