โควิด-19: ผลสำรวจพบ โดยสารรถสาธารณะไม่ได้ทำให้เสี่ยงติดโควิดมากกว่าคนทั่วไป

ถึงแม้ต้องเดินทางในช่วงโควิด-19 แต่การโดยสารรถสาธารณะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

ช่วงนี้บางคนอาจจะได้ผ่อนคลายกันมากขึ้นกับการได้ทำงานที่บ้าน ไม่ต้องออกไปเสี่ยงโชคกับการติดเชื้อ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทำงานที่บ้านได้ จึงคนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงต้องพึ่งพาระบบขนส่งสาธาณะไปพร้อมกับความรู้สึกไม่ปลอดภัยว่าตัวเองจะถูกหวย กลายเป็นผู้ติดเชื้อเมื่อไหร่

คนแน่น-ห้องโดยสารแคบ แต่ไม่ได้มีต้นเหตุของการแพร่กระจายเชื้อ

รถสาธารณะอาจจะดูเป็นจุดเสี่ยงในการติดเชื้อ ที่ผู้โดยสารต้องถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่แคบๆ กับคนจำนวนมากๆ แต่จากผลสำรวจในหลายประเทศ “การโดยสารรถสาธารณะ” ดูเหมือนจะไม่ใช่จุดที่เสี่ยงที่สุดของการติดเชื้ออย่างที่หลายคนคิด

ในฮ่องกงที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาแน่นของผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ มีเคสผู้ป่วย โควิด-19 ที่ยืนยันว่ามีการติเชื้อจากการโดยสารรถสาธารณะเพียง 1,100 ราย จากผู้ป่วยทั้งหมด 1 หมื่นกว่าราย ขณะที่ญี่ปุ่น ที่มีการพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะมากไม่แพ้กัน ผลสำรวจกลับยังไม่มีการพบคลัสเตอร์ที่มาจากการโดยสารรถไฟสาธารณะ เนื่องจากผู้ขับมักแยกตัวอยู่ในห้องควบคุมต่างหาก และไม่ได้มีการพูดคุยกันระหว่างผู้โดยสาร รวมถึงผู้โดยสารทุกคนก็สวมใส่หน้ากากขณะโดยสาร

ด้านฝั่งยุโรปอย่างฝรั่งเศส แม้มีการพบคลัสเตอร์ผู้ป่วย 150 รายหลังจากมีการเปิดล็อคดาวน์ แต่ไม่มีการพบประวัติที่ต่อเนื่องมาจากการใช้รถสาธารณะ ในสหรัฐอเมริกาที่มีการอ้างว่ารถไฟใต้ดินเป็นต้นกำเนิดของการแพร่กระจายเชื้อไวรัส แต่ที่รัฐแมนฮัตตัน ซึ่งมีผู้ใช้บริการรถไฟใต้ดินหนาแน่นที่สุด กลับมีรายงานผู้ติดเชื้อที่น้อยที่สุด นอกจากนี้ในพื้นที่ที่มีการใช้งานรถส่วนตัวมาก ยังมีการพบว่ารถยนต์ต่างหากเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อตัวสำคัญ

ภาพประกอบโดย zydeaosika จาก Pexels

เชื้อโรคบนราวจับ เบาะนั่ง จุดสัมผัสต่างๆ ไม่ใช่สิ่งที่ควรกลัวเท่ากับระบบปรับอากาศ

หลายคนอาจรู้สึกหลอนไปแล้วกับการต้องโหนราวจับในรถสารสาธารณะ อย่างไรก็ตามการสัมผัสราวจับเหล่านั้นอาจไม่ใช่จุดแพร่เชื้อหลักของการโดยสารรถสาธารณะ แต่เป็นระบบระบายอากาศที่ควรเปิดให้อากาศผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระ  ดังนั้นรถโดยสารจึงควรเปิดหน้าต่าง หรือใช้แอร์ที่มีระบบเปิดให้อากาศมีการระบายเข้าออกได้

รถโดยสารหรือขบวนโดยสารที่มีคนอัดแน่นก็อาจจะไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด หากผู้โดยสารสวมใส่หน้ากากอยู่ตลอดการเดินทางและมีการล้างมือก่อนขึ้น-ลงโดยสารอยู่เสมอ อย่างที่รถไฟฟ้าคอยประกาศตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจว่าคนที่โดยสารรถส่วนตัวมักมีพฤติกรรมต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อมากกว่าผู้โดยสารรถสาธารณะ เช่นเดียวกับคนที่เดินทางด้วยจักรยานยนต์ หรือจักรยาน ที่อาจไอหรือจามขณะขับขี่ ดังนั้นไม่ว่าจะโดยสารด้วยรูปแบบไหน ผู้โดยสารจึงไม่ควรละเลยที่จะทำความสะอาดมือเป็นประจำทั้งก่อนและหลังเดินทาง

ติดตามโซลูชั่นที่จะมาช่วยให้คุณเข้าสู่วิถีใหม่ของการเดินทางที่สบายใจได้มากขึ้นไปกับ MobilityOne
ติดตามเราที่ Facebook : Mobility One แล้วอย่าลืมกด See First
หรือที่ IG : mobilityone_th


ที่มา : https://blogs.worldbank.org/transport/fight-against-covid-19-public-transport-should-be-hero-not-villain