PM2.5 : ค่าดัชนีคุณภาพอากาศของไทยทำไมไม่เท่าในเว็บของต่างประเทศ?

เลขก็ต่าง สีก็ต่าง
ค่าคุณภาพอากาศไทยทำไมไม่เท่าของต่างประเทศ?

*ภาพแสดงคุณภาพอากาศจากแอพพลิเคชั่น Air4Thai และ AirVisual ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 7.20 น.

เลขก็ต่าง สีก็ต่าง
ค่าคุณภาพอากาศไทยทำไมไม่เท่าของต่างประเทศ?

หลายคนอาจชินไปแล้วกับท้องฟ้าสีทองหม่นๆรำไรเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ที่ถูกปกคลุมด้วยม่านฝุ่น ชวนให้ต้องหยิบมือถือมาเช็คค่าคุณภาพอากาศ

แต่ถ้าใครใช้หลายแอพพลิเคชั่นคงสับสนไม่น้อย เมื่อค่าสีและตัวเลขคุณภาพอากาศของแอพฯยอดฮิตของไทยกับต่างประเทศแสดงผลไม่เท่ากัน แล้วแบบนี้ควรเชื่อของใคร?

ค่าคุณภาพอากาศของไทย ทำไมไม่เท่าต่างประเทศ?

1.) ตัวเลขที่แสดงเป็นค่าคุณภาพอากาศ (AQI) ในช่วงเวลาที่ต่างกัน : 
ไทย – ค่าเฉลี่ยต่อ 24 ชั่วโมงย้อนหลัง, ต่างประเทศ – real time

?? ไทย : Air4Thai

โดยทั่วไป ในช่วงเกิดวิกฤตมลพิษทางอากาศ PM2.5 มักจะถูกใช้เป็นตัวกำหนด AQI ซึ่งค่า PM 2.5 ที่นำมาคำนวนตัวเลขคุณภาพอากาศ จะเป็นค่าเฉลี่ยของความเข้มข้นมลพิษในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงก่อนหน้า 

ความเข้มข้นของมลพิษจะสูงมากหรือน้อยต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาของวัน ดังนั้นตัวเลข AQI ที่แสดงในแอพ เมื่อนำไปหารเฉลี่ยต่อ 24 ชั่วโมงแล้วแล้วจึงมีค่าไม่เท่ากับความเข้มข้นของมลพิษที่วัดได้ในขณะนั้น 

? ต่างประเทศ : AirVisual/IQAir

ตัวเลข AQI ในแอพพลิเคชัน AirVisual เป็นตัวเลขข้อมูลคุณภาพอากาศทุกๆ ชั่วโมงหรือตามเวลาจริง (real-time) ถ้าระดับมลพิษทางอากาศพุ่งขึ้นสูงอย่างทันทีทันใด ก็จะแสดงผลอยู่ในการรายงานตามเวลาจริง และเราสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้เลย 

2.) สีต่างกัน เพราะเกณฑ์ที่ใช้แบ่งสีไม่เท่ากัน

สีที่แบ่งระดับคุณภาพอากาศขึ้นอยู่กับว่าแอปพลิเคชันนั้นใช้ AQI ตามเกณฑ์ของประเทศไหน ซึ่งแต่ละประเทศอาจมีเกณฑ์ที่ไม่เท่ากัน จึงมีการวางสีกำกับตัวเลขไม่เหมือนกัน ประเทศไทยก็มีเกณฑ์มาตรฐานของตัวเองเช่นกัน ทำให้แอปพลิเคชั่นแสดงผลออกมาไม่เหมือนกันนั่นเอง

?? ไทย : Air4Thai ใช้ดัชนีวัดคุณภาพอากาศของไทย 

? ต่างประเทศ : AirVisual/IQAir ใช้ดัชนีวัดคุณภาพอากาศของสหรัญอเมริกา

หากมองที่เกณฑ์แบ่งสีตามตัวเลข AQI อาจจะดูใกล้เคียงกัน แต่ถ้าเทียบตามความเข้มข้นของ PM2.5 จะเห็นว่ดัชนีวัดคุณภาพอากาศของสหรัญอเมริกามีเกณฑ์ค่ามาตรฐานที่เข้มงวดกว่าของไทย


ในขณะที่ความเข้มข้นของ PM2.5 วัดได้ 26-37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีวัดคุณภาพอากาศของไทยยังคงระบุว่า “อากาศมีคุณภาพดี ” แต่ US AQI จะระบุว่าเป็น “คุณภาพปานกลาง ” หรือ “คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ” ไปแล้ว


3.) แหล่งที่มาของค่ามลพิษที่นำมาใช้ในการคำนวนค่าดัชนี :
ไทย – เฉพาะสถานีวัดของกรมควบคุมมลพิษ,
ต่างประเทศ – มาจากหลายแหล่ง + มีการคำนวนผ่าน AI

?? ไทย : Air4Thai
จะรวบรวมเฉพาะข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ

? ต่างประเทศ : AirVisual/IQAir
จะรายงานข้อมูลทั้งจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษและเครื่องตรวจวัดของ IQAir AirVisual ที่ติดตั้งโดยประชาชน, กลุ่มองค์กรและสถาบันต่างๆ ที่กระจายหลายพันจุด

โดย IQAir AirVisual จะทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดก่อนทำการเผยแพร่บนแพลทฟอร์ม ด้วยการใช้ระบบ AI คำนวนเปรียบเทียบหากมีแหล่งข้อมูลไหนเกิดให้ข้อมูลผิดพลาดและไม่รวมข้อมูลนั้นลงในการคำนวนคุณภาพอากาศโดยรวมของพื้่นที่ดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ยังมีกรณีที่แอปพลิเคชั่นอาจเข้าไม่ถึงข้อมูลของบางสถานี แต่เข้าถึงข้อมูลของสถานีใกล้เคียงก็จะดึงค่าจากสถานีใกล้เคียงและทำให้ตัวเลขแตกต่างกันได้

การรวบรวมข้อมูลที่แตกต่างกันนี้เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ข้อมูลสถานีวัดคุณภาพอากาศในแอปพลิเคชันนั้นแตกต่างกันนั่นเอง

ดังนั้นถึงแม้เราจะเห็นค่าคุณภาพอากาศยังคงแสดงเป็นสีเขียว สีเหลือง ให้พอสบายใจขึ้นได้บ้าง แต่ความเข้มข้นของมลพิษในช่วงเวลานั้นจริงๆ อาจจะไม่น่าสบายใจอย่างที่คิดก็ได้ 

ติดตามโซลูชั่นการเดินทางที่จะมาช่วยคืนอากาศบริสุทธิ์กลับมาให้เราได้ที่ MobilityOne
ติดตามเราที่ Facebook : Mobility One แล้วอย่าลืมกด See First
หรือที่ IG : mobilityone_th


แหล่งที่มา : Airnow, กรมควบคุมมลพิษ, Green Peace